แต่งหน้าไปเล่นน้ำกันเถอะ

ซัมเมอร์ที่ผ่านมาอยู่ๆ เพื่อนสาวจากทางใต้ก็โทรมาถามฉันว่าว่างวันไหนบ้าง เธอขอทวงสัญญา อ่ะฉันตกใจไปสัญญาอะไรเอาไว้นะ นี้ฉันลืมเรื่องสำคัญเหรอ ระหว่างรอว่าเธอจะพูดออกมาฉันแอบคิด แล้วเธอก็บอกว่าก็สัญญาว่าจะไปเที่ยวเกาะดำน้ำด้วยกันไง ออ ฉันนึกออกแหละว่าเคยคุยกันไว้นานแระ ฉีขอเธอเช็ควันประชุมจากตารางประชุมของที่ทำงานแปปหนึ่ง แล้วก็โทรกลับไปแจ้งเธอว่าโอเคได้อาทิตย์หน้าฉันจะลงไปดำน้ำด้วยกัน วางสายเพื่อนสาวปุปฉันรีบจองตั้วเครื่องบิน นี้ก็วันพุธละจะเดินทางวันอังคารหน้า ในสมองฉันมีแต่ทะเล ทะเล จินตนาการถึงเกาะสวยๆ หาดทรายขาว จะใส่บิกินี่สีไร หมวกละ เสื้อผ้า หน้าผม โอยตื่นเต้น

ฉันรีบเปิดเน็ตมองหารีวิวชุดว่ายน้ำ ระหว่างเปิดขึ้นมาค้นหาไปเจออันหนึ่งเป็นรีวิวแนะนำเกี่ยวกับการแต่งหน้าไปเล่นน้ำทะเล สมัยนี้ไปดำน้ำเค้าต้องแต่งหน้าเป๊ะทุกองศาเลยเหรอแอบสงสัยอยู่ในใจ แต่พอคิดดูในละครเราก็เห็นอยู่บ่อยๆ ที่นางเอกแต่งหน้าไปเล่นน้ำทะเล เครื่องสำอางสมัยนี้ก็มีผลิตแบบกันออกมาเยอะแยะ เอาบ้างดีกว่าจะรออะไรเปิดเข้าไปอ่านหาข้อมูลสิค่ะ ไปครั้งนี้ต้องให้คุ้มกับที่บินไปไกล แถมเกาะก็สวย หน้าฉันก็จะต้องสวย ในนี้เค้าแนะนำให้แต่งหน้าด้วยลุคเบาๆ ใสๆ แล้ววันเดินทางก็มาถึงหลังจากที่ฉันเสฟข้อมูลการแต่งหน้าลงน้ำมาแล้ว วันนี้ก็ได้เวลาปฏิบัติตามคำแนะนำโดยให้เริ่มจากต้องเลือกครีมกันแดด

ฉันเลือกแบบสปอตสำหรับเล่นกีฬาทางน้ำ ซึ่งจะไม่หลุดไม่เป็นคราบเมื่อเราลงน้ำ สำหรับเครื่องสำอางที่ใช้แต่งหน้าก็เลือกแบบกันน้ำทั้งหมดค่ะ ตั้งแต่รองพื้น แล้วตามด้วยแป้งฝุ่น ส่วนคิ้วหากมีคิ้วอยู่บ้างก็ไม่ต้องเขียนก็ได้ค่ะ ฉันโชคดีไปที่คิ้วค่อยข้างดกเรียงดีอยู่แล้วรอดไป แต่หากใครไม่มีคิ้วเลยก็เขียนคิ้ว โดยเลือกดินสอแบบกันน้ำนะคะ ส่วนตาฉันเลือกหลีกเลี่ยงเพราะกลัวว่าลงน้ำแล้วจะไหลเข้าตาจะเจ็บ อีกอย่างยังไงเราก็คงใส่แว่นกันแดดปิดตาอยู่แล้ว แต่เราจะไปเน้นที่สีแก้มแทน แนะนำให้ลุคดูไกวลลองเลือกบรัชแบบครีมมีผสมซิมเมอร์หน่อยๆ นะคะ แบบครีมจะติดทนนานกว่าแบบฝุ่น เวลาแต่งหน้าก็ใช้นิ้วปาดๆ เอาค่ะเกลี่ยให้เนี่ยนทั่วหน้า เราจะเน้นสีแก้มนิดหนึ่ง

แล้วก็มาถึงขั้นตอนของลิปสติกก่อนจะลงสี ก็ควรลงลิปบาล์มที่มีส่วนกันแดดก่อนแล้วตามด้วยลิปสติกที่เป็นสี ฉันเลือกแบบสีออกส้มสดๆ ค่ะ แค่นี้เราก็จะได้ลุคการแต่งหน้าเบาๆ เหมาะกับการไปดำน้ำ เล่นน้ำ เดินสวยๆ ริมชายหาดแล้วละคะ ตอนฉันแต่งหน้าเสร็จเพื่อนสาวบอกว่า เดียวลงไปดำน้ำเดียวก็หลุดจะแต่งทำไมให้เปลือง แต่เชื่อไหม ตอนที่ฉันขึ้นจากดำน้ำ สีแก้มฉันยังชัดอยู่เลย มีแค่สีปากเท่านั้นละที่ดูจางลงนิดหนึ่ง ถ่ายรูปออกมาสวยทุกรูปเลย เพื่อนสาวถึงกับบ่นว่ารู้งี้ฉันแต่งหน้าเบาๆ กับแกด้วยก็ดี อย่าลืมนะคะไปทะเลครั้งหน้า ..ลองแต่งหน้าแบบเบาๆ ลุคใสๆ ก็เพราะผู้หญิงอย่าหยุดสวย

เพราะคิ้วคือมงกุฏของหน้า ทุกครั้งที่แต่งหน้าจึงต้องใส่ใจ “คิ้ว” เสมอ

นาฬิกาปลุกหกโมงเช้า แต่ฉันเอื้อมมือไปปิดบอกกับตัวเองขอเวลาอีก 5 นาที แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมงค่ะ เมื่อรู้สึกตัวฉันตกใจรีบลุกวิ่งเข้าห้องน้ำ จะมีอะไรละค่ะก็เช้านี้ฉันมีประชุมตอนเก้าโมงตรง ฉันจะต้องรีบอาบน้ำ แต่งตัว ออกจากบ้านก่อนเจ็ดโมง เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง เวลาแค่นี้ไม่ต้องนึกถึงเรื่องแต่งหน้าทาปากเลยค่ะ

Dreaming Swan Eye and Cheek #

Dreaming Swan จาก Etude House Collection 2015
อายแชโดว์ พร้อม Blusher ในตัวด้วยผงไพรเมอร์ที่มีคุณสมบัติที่เป็นอนุเล็ก ๆ เบา ๆ ทำให้แต่งหน้าได้อย่างราบรื่นและชัดเจน ทั้งปัดแก้มและแต่งแต้มสีสันให้กับดวงตาคู่งามได้อย่างลงตัว ด้วยสีสันสดใส และ ชัดเจน พร้อมผงควบคุมความมันที่ยอดเยี่ยมและพร้อมช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับรูขุมขน

พร้อมให้ความโดดเด่นด้วยการนำ ผง Eye and Cheek มาผสมน้ำเล็กน้อยจะทำให้สีของ แสดง สี Eye and Cheek ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และ ช่วยให้ Eye and Cheek ติดทนติดนานไม่หมองระหว่าวันให้การแต่งหน้าเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ

etude molykorea.com

ฉันรีบอาบน้ำ ออกมาทาโลชั่น ลงรองพื้นหน้า หยิบชุดมาใส่ รวบผมให้เรียบร้อยแล้ว แล้วรีบเดินไปที่รถแต่ไม่ลืมหยิบอุปกรณ์แต่งหน้าติดมือขึ้นรถมาด้วย สิ่งนี้สำคัญกว่าแฟ้มประชุมเช้านี้ซะอีก ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะกลัวทำทุกคนในห้องประชุมตกใจ กะว่าเดียวรถติดก็แต่งหน้าเอาในรถนี้ละค่ะ ระหว่างทางพอรถติดทีนึงก็หยิบแป้งออกมาทาพอติดอีกทีนึงก็ปัดแก้ม อีกทีก็ทาลิป อีกทีก็ทาปาก ฉันแต่งหน้าในรถแบบนี้จนชินแล้วละคะ

ทำเป็นขั้นตอนไปเรื่อยๆ เมื่อไปถึงที่ทำงานฉันก็แต่งหน้าเสร็จพอดี วันนี้เลยไม่ต่างจากวันอื่นๆ ฉันไปถึงที่ทำงานเอาแปดโมงกว่า กว่าจะเวียนหาที่จอดรถได้อีก 15 นาที ขอบ่นนิดนึงนะคะว่าที่ทำงานฉันขึ้นชื่อเรื่องการหาที่จอดรถยากมาก เมื่อหลืบตามองนาฬิกาก็เกือบแปดโมงครึ่ง จึงรีบลงจากรถโดนไม่ทันได้เชคว่าตัวเองแต่งหน้าครบแล้วหรือยัง ขึ้นไปบนตึกก็รีบๆ หยิบแฟ้มไปนั่งอ่านในห้องประชุมไม่ได้มีโอกาสส่องกระจกเลยจนเลิกประชุมตอนเที่ยงตรง น้องในกลุ่มเดินมามองหน้าแบบแปลกๆ ฉันเลยถามว่ามีไรเหรอ น้องบอกว่าวันนี้พี่แต่งหน้าแปลกๆ นะคะ เหมือนแต่งหน้าไม่ครบ ขาดอะไรไปสักอย่าง แต่นึกไม่ออก ฉันรีบวิ่งไปส่องกระจก

ในห้องน้ำมองปุป ฉันถึงกับอุทานอ๊ากกกก ฉันลืมเขียนคิ้ว หน้าฉันยังกะแม่ชีวัดไหน มันดูโลนๆ แปลกๆ แบบที่น้องบอกจริงๆ ก็ฉันเพิ่งไปกันคิ้วมา เมื่อไม่ได้เขียนคิ้วก็เลยดูเหมือนคนไม่มีคิ้วๆ ฉันนึกถึงคำนี้ขึ้นมาเลย คิ้วคือมงกุฏของหน้า เข้าใจดีก็วันนี้เลยละ แม้ว่าส่วนอื่นๆ จะแต่งหน้าครบ แต่หากไม่ได้เขียนคิ้วหน้าเราก็จะดูไม่ครบเครื่องอยู่ดี นึกถึงโฆษณาในทีวีเลยละ เรื่องของคิ้วนี้มีผลกับใบหน้าเรามาก นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว บางคนบอกว่าเกี่ยวกับโหวงเฮง บนใบหน้าเราด้วยบางคนชอบเขียนให้หางชี้ออก ไม่ให้หางตก เพราะเชื่อว่าจะทำให้ดวงตกไรนี้ละ บางคนก็ชอบแบบโค้งๆ จะได้ดูเป็นคันธนู แบบโบราณว่าคิ้วโกงดังคันธนู ก็ว่ากันไป แต่สำหรับฉันตอนนี้หาดินสอเขียนคิ้วมาด่วนๆ อย่านะคะสาวๆ อย่าพลาดเขียนคิ้วแบบฉันในวันนี้ถ้าไม่อยากแต่งหน้าเป็นแล้วออกมาเป็นแม่ชีแบบฉันวันนี้

เมื่อผู้ชายอยากรู้จักเครื่องสำอางของผู้หญิง

วันนี้เงินเดือนออก บรรดาสาวในที่ทำงานชวนกันไปช้อปปิ้ง สำหรับผู้หญิงจะมีอะไรละคะนอกจากเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ฉันเลยตกลงรับนัดเพราะอยากได้อุปกรณ์แต่งหน้าบางชิ้น เมื่อเลิกงานปุปพวกเรารีบออกไปขึ้นรถ แต่ก็นะเมืองหลวงกว่าจะฝ่ารถติดไปถึงจุดหมายทั้งๆที่ระยะทางแค่สองกิโลเมตรใช้เวลาเป็นชั่วโมง ไปถึงพวกเราเลยหาร้านทานข้าวกันก่อนจะได้เดินช้อปต่อได้อย่าสบายยาวๆ กันไปเลย

ว่ากันว่าเรื่องช้อปปิ้งกับผู้หญิงเวลาเท่าไรไม่เคยพอกว่าพวกเราจะรู้ตัวก็ผ่านไปแล้วสามชั่วโมงถึงจะแยกย้ายกันกลับบ้านฉันเลยกลับถึงซะดึก เพื่อนชายก็ทักมาทางไลน์ ถามว่าทำไรอยู่กลับถึงบ้านหรือยัง ซึ่งขณะนั้นฉันเพิ่งกลับถึงบ้านและกำลังจะไปเซ็ดเครื่องสำอาง เลยตอบไปว่าเพิ่งกลับถึงอ่ะ เค้าถามว่าไปไหนมา รู้สึกว่ากำลังโดนสอบสวน ยังกะไปทำไรผิดมา ตอบไปตามตรงคือไปช้อปปิ้งเครื่องสำอางกับเพื่อนที่ทำงาน เค้าอยากได้แปรงแต่งหน้าอันเก่ามันพังแล้ว กลัวโดยดุเลยร่ายยาวเลย  แต่ผิดคาดค่ะไม่โดนดุที่กลับดึก เค้าถามกลับไหนเล่าให้ฟังสิได้อะไรมาบ้าง ฉันก็ร่ายเลยค่ะแปรงสำหรับแป้งฝุ่น แปรงปัดบรัชออน อ่ะงงสิค่ะ ว่าแล้วใช่ด้วยกันไม่ได้เหรอ

ตอบเลยค่ะไม่ได้แปรงแต่งหน้ามีหลายแบบอ่ะมีคุณสมบัติก็ต่างกัน เค้าเลยถามว่าถามจริงอุปกรณ์แต่งหน้าผู้หญิง พวกเครื่องสำอางนี้มีอะไรบ้าง เดือนหนึ่งหมดค่าใช้จ่ายไปกับของพวกนี้เท่าไร โดนยิงคำถามเป็นชุดเลยค่ะ ฉันตอบแบบร่ายยาวเลยแต่ออกตัวก่อนนะคะว่าไม่ได้ซื้อทุกเดือน ซื้อครั้งหนึ่งอยู่ได้ประมาณสามเดือน เอาขั้นพื้นฐานเลยนะ สำหรับคนที่แต่งหน้าเบาๆ ไปทำงานแบบพวกสาวออฟฟิคก็จำเป็นต้องมีรองพื้น แป้งฝุ่น แป้งพัพ เค้าก็ถามแทรกขึ้นมาว่าแป้งฝุ่นแต่งหน้ากับแป้งฝุ่นเด็กไม่เหมือนกันเหรอ โอยจะบ้าตายกับผู้ชายฉันต้องอธิบายความต่างของแป้งฝุ่น่งหน้ากับแป้งฝุ่นเด็กให้เค้าฟังอีกพักใหญ่ เสร็จแระถามต่อว่าแล้วมีไรอีกบ้างแค่นี้เหรอ ยังไม่หมด ก็บรัชออน มาสคาร่า เขียนคิ้ว เขียนตา ทาตา ลิปสติกซึ่งมีติดกระเป๋าขั้นต่ำสองสี เค้างงอีกสิค่ะ ว่าทำไมต้องมีสองสี ทำไม

ไม่ใช้แต่ละสีให้หมดก่อน ต้องบอกว่ามันต้องดูลุคการแต่งหน้าในแต่ละวัน บางวันอยากแต่งหน้าเป็นสาวหวานก็เลือกทาลิปสติกสีชมพู บางวันแต่งเป็นสาวเปรี้ยวลุคสดใสก็เลือกสีส้มนึกออกไหมค่ะ เค้าก็ตอบแบบอึมๆ ทำไมอุปกรณ์ในการแต่งหน้ามันเยอะอย่างนี้เนี่ย ฉันถึงกะขำออกมา เลยแกล้งแซวกลับว่าถามทำไมเยอะจะซื้อให้เหรอ เดียวรอบหน้าถ้าไปช้อปปิ้งอีกจะลากไปจ่ายตังนะคะ เค้ารีบบอกให้ฉันไปอาบน้ำนอนได้แล้วดึกแล้วนะ เดียวตาเป็นหมีแพนด้าต้องหาครีมบำรุงอีก 5555 พอบอกจะให้จ่ายตังถึงกะรีบเผ่นไปนอนเลย ทำให้ฉันได้รู้ว่าพวกผู้ชายเค้าไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าผู้หญิงอย่างเราๆ ต้องใช้อะไรแต่งหน้าบ้างให้เรียกชื่อยังเรียกไม่ถูกเลย เค้าเคยชินกับการที่เห็นเราแต่งหน้าออกไปก็สวยแล้ว เดียวรอบหน้าต้องลากไปด้วยแล้วละ จะได้เข้าใจผู้หญิงมากขึ้น ไปอาบน้ำนอนดีกว่า

การทำความสะอาดผิวหน้าให้ไร้สิว..จากการแต่งหน้า

ส่องกระจกมองหน้าตัวเอง สิวมาจากไหนเนี่ย ที่แก้มก็มี คางอีกสองเม็ด หน้าผากอีก โอยยยย มีแต่คนทักว่าไปทำไรกับหน้ามาสิวถึงขึ้นเต็มหน้าขนาดนี้ บางคนก็บอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยเห็นมีสิวเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย ฉันก็พยายามคิดทบทวนแล้วนะว่าสิวที่ขึ้นครั้งนี้มาจากสาเหตุอะไร เครียดเหรอก็ไม่นะ นอนดึกเหรอก็ไม่มาก อาหารก็ไม่น่าจะ แต่ฉันลืมไปว่าวันทำงานปกติฉันแต่งหน้าออกจากบ้านแต่เช้า ระหว่างวันมีเต็มแป้งบ้างในบางวัน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ทุ่มกว่าๆ ด้วยความเหนื่อยฉันจึงมักจะเผลอหลับไป แล้วตื่นมาอาบน้ำ ตอนดึกๆ หรือบางคืนก็หลับถึงเช้าโดยที่ไม่ได้เช็ดเครื่องสำอางที่แต่งหน้าไว้ตั้งแต่เช้า บางวันฉันตื่นมาแทบจะไม่ต้องแต่งหน้าใหม่เลยละ รวมเวลาที่มีเครื่องสำอางอยู่บนหน้าเราในแต่ละวันก็ 9-10 ชั่วโมง ผสมกับคราบเหงื่อ คราบไขมันที่ออกมาทางรู้ขุมขน ทำให้เกิดการอุดตัน ยิ่งกลับถึงบ้านแทนที่จะรีบเช็ดเครื่องสำอางก็กลับไม่ทำเผลอหลับ ยิ่งทำให้หน้าแย่ไปกันใหญ่ ฉันว่านี้ละสาเหตุของการเกิดสิวของฉันคือการแต่งหน้า ไม่ได้การต้องปฏิวัติตัวเองใหม่ ไม่งั้นหน้าพังไปมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ฉันต้องไปหาหมอเพื่อรักษาสิวก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อไปถึงก็เล่าให้หมอฟังว่าน่าจะมาจากการแต่งหน้าแล้วไม่ได้ล้างในบ้างวัน หมอจึงให้ยาทาแก้อักเสบมาทา

ที่สำคัญหมอกำชับเลย ช่วงนี้ถ้าไม่จำเป็นก็งดแต่งหน้าไปก่อนสักอาทิตย์ แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องไปออกงานสำคัญอะไรก็แต่งหน้าได้แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ให้รีบเช็ดเครื่องสำอางก่อนเป็นอันดับแรก ไม่เช่นนั้นจะยิ่งอุดตันสิวก็จะไม่หาย และเมื่อสิวหายดีแล้ว กลับมาแต่งหน้าได้ก็ให้จำไว้ว่าเมื่อกลับถึงบ้านให้รีบเช็ดเครื่องสำอางไม่เช่นนั้นก็จะกลับมาเป็นสิวอีก โดนคุณหมอดุอีกชุดใหญ่ ก็จริงนะคะ ถ้าเราเป็นคนแต่งหน้า การทำความสะอาดผิวหน้าก็สำคัญไม่น้อยกว่าขั้นตอนการเลือกครีมบำรุงหรือเลือกซื้อเครื่องสำอาง ขั้นตอนการแต่งหน้า หมอแนะนำให้เลือกซื้อคลีนซิ่งแบบไม่มีแอลกอฮอลาะผิวฉันค่อยข้างแพ้ง่าย แล้วเวลาเช็ดหน้าต้องเช็ดจนกว่าสำลีที่เช็ดเป็นสีขาวอย่าไปเสียดายสำลี เมื่อล้างหน้าเสร็จก็เช็ดด้วยโทนเนอร์อีกรอบเพื่อกระชับรูขุมขน เผื่อมีคราบตกค้าง นี้ฉันจะต้องไม่แต่งหน้าไปทำงานทั้งอาทิตย์หนึ่งเลยเหรอ จะรับสภาพหน้าตัวเองไหวไหมนะ แต่เอาเตอะเพื่อให้ผิวหน้ากลับไปสวยใสในอนาคตอดทนเอาสักหน่อย

สอนน้องสาวแต่งหน้าง่ายๆ 9 ขั้นตอน

ฉันมีน้องสาวอยู่คนหนึ่ง ตอนเด็กเราค่อยข้างสนิทกันฉันเห็นเธอตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ตอนนั้นฉันอยู่ชั้นปฐมวัย จำความรู้สึกแรกที่เห็นหน้าเธอครั้งแรกตื่นเต้นดีใจ ดูน่ารักไปหมด เด็กๆ ฉันเฝ้าอุ้มเธอไปเดินเล่น ไปป้อนข้าวเสมอนึกแล้วก็อมยิ้ม เผลอแปปเดียวปีนี้เธอกำลังจะจบมหาลัยแล้ว โอยรู้สึกตัวเองแกขึ้นมาเลยละ คืนก่อนเธอมานอนในห้องฉัน เราเลยมีโอกาสคุยกันตามปะสาวๆ เธอถามฉันเกี่ยวกับอุปกรณ์แต่งหน้า

การเลือกซื้อเครื่องสำอาง การแต่งหน้าไปทำงาน อยากให้ฉันสอนขั้นตอนแต่งหน้าง่ายๆ แบบที่เธอเห็นฉันแต่งมาทำงานในทุกๆ เช้า เธอไม่รู้ว่าจะต้องลงอะไรก่อนหลังยังไง บอกว่าใกล้เรียนจบแล้วอยากฝึกแต่งหน้าเผื่อวันไหนจะไปสมัครงาน ฉันเลยสอนเธอพร้อมกับให้เธอลองทำไปพร้อมๆ กัน ซึ่งขั้นตอนการแต่งหน้าง่ายๆ สไตส์ฉันนั้นเริ่มจาก

  1. ขั้นตอนแรกทำความสะอาดผิวหน้าสะอาดเพื่อเป็นการเตรียมผิว
  2. เมื่อผิวสะอาดแล้ว ก็ลงครีมบำรุง ถ้ามีเซรั่มก็ลงเซรั่มก่อนครีมบำรุง แล้วก็เอามือตบผิวหน้าเราเบาๆ กระตุ้นให้ครีมซึมเข้าผิว
  3. เมื่อครีมซึมดีแล้ว คราวนี้ก็ลงรองพื้น ปกติฉันก็ใช้นิ้วเกลี่ยๆ เอา รู้สึกว่าเกลี่ยได้ง่ายและเนียนกว่าการใช้แปลงหรือ โดยการใช้นิ้วแตะรองพื้นแล้วเอามาจุด 5 จุดบนหน้า เธอสงสัย 5 จุด มีไรบ้าง หน้าผาก จมูก คาง แก้มทั้งสองข้าง อย่าลืมคอด้วยนะจ้ะเดียวคอกับหน้าจะคนละสีกัน เกลี่ยให้ทั่วหน้า ตบเบาๆ ให้ซึม
  4. ฉันจะลงกันแดดหลังจากลงรองพื้นเสร็จแล้ว เลือกกันแดดแบบที่เป็น Water แบบว่าเนื้อคล้ายๆน้ำ ทาแล้วเบาๆ หน้าดี
  5. เสร็จแล้วตบด้วยแป้งฝุ่น โดยการใช้แปลงปัดแป้งฝุ่นให้ทั่วหน้า
  6. ปัดแก้ม โดยฉันเป็นคนผิวสีจึงมักเลือกใช้สีส้มอมชมพู ดูออกพีชๆ ระเรื่อสุขภาพดี แต่เธอชอบสีชมพูก็แล้วแต่เธอนะ
  7. ตาก็ลงอายแชโดว์โดยการลงสีอ่อนก่อน แล้วตามด้วยสีเข้มตรงรอยพับตา แล้วกรีดอายไลเนอร์เส้นบางๆ ชิดขอบตา ปัดมาสคาร่า
  8. คิ้วซึ่งโชคดีที่คิ้วเธอเรียงตัวสวยงามได้รูปอยู่แล้วก็อาจไม่ต้องทำไรมาก แค่ใช้แปลงปัดๆ

ให้คิ้วเข้ารูปมากขึ้น แต่หากว่าเรากันคิ้วก็จะต้องมานั่งเขียนคิ้วให้ได้รูป แต่เดียวเก็บไว้สอนวันหลังนะ

  1. คราวนี้ก็ลงลิปสติก โดยฉันแนะนำให้เธอเลือกสีเดียวหรือเอาให้ใกล้เคียงกับสีของแก้ม แน่นอนเธอเลือกสีชมพูอ่อน ก็เหมาะกับลุคใสๆ ของเธอดี

แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเห็นไหมละว่าไม่ยาก ง่ายๆ แค่ 9 ขั้นตอนเธอก็สวยขึ้นแล้วละ เมื่อจบขั้นตอนทั้งหมดเธออาจเอาแป้งพัฟตบหน้าเบาๆ อีกรอบก็ได้ ส่วนผมเวลาที่ไปสมัครงานก็ควรรวบให้เรียบร้อยจะทำให้ดูดีกว่าการปล่อย เธอบอกไม่ยากจริง

การทำความสะอาดพรมเช็ดเท้า

แน่นอนว่าหลายบ้านก็คงจะมีพรมเช็ดเท้ากันใช่ไหมล่ะ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยให้ความใส่ใจกับพรมเช็ดเท้าสักเท่าไหร่ เพราะคิดว่าไงก็เอาไว้เช็ดเท้าอยู่แล้วไม่ต้องทำความสะอาดอะไรมากหรอก แต่รู้ไหมคะว่าพรมเช็ดเท้านั้นหากไม่ได้ทำความสะอาดเลยก็จะทำให้ฝุ่นผงหรือขี้ดินที่เราเช็ดอยู่ทุกวันอัดแน่นอยู่ในนั้น เมื่อเราเช็ดเท้าก็จะทำให้เท้าของเราไม่สะอาดหรือยิ่งสกปรกมากกว่าเดิม เนื่องจากมีคราบสกปรกที่พรมเช็ดเท้าติดมานั่นเอง เพราะฉะนั้นเรามาทำความสะอาดพรมเช็ดเท้ากันดีกว่าค่ะ ซึ่งมีวิธีง่ายๆ ดังนี้

3.1

การซักทำความสะอาดพรมเช็ดเท้านั้นสามารถทำได้ 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกจะเหมาะกับการทำความสะอาดแบบเร่งด่วนแค่เอาฝุ่นและเศษขี้ดินสกปรกออกจากพรมเท่านั้น ส่วนวิธีที่สองจะเป็นการทำความสะอาดพรมเพื่อให้สะอาดจริงๆ โดยการซักกับน้ำ เราไปดูวิธีการทำความสะอาดทั้งสองวิธีกันดีกว่าค่ะ

วิธีที่ 1 ซักพรมเช็ดเท้าแบบแห้ง

– นำพรมเช็ดเท้ามาสะบัดเพื่อเบาฝุ่นออกให้หมด พร้อมกับเอาไม้ตีเบาๆ เพื่อให้ฝุ่นและขี้ดินออกมาจนหมด

– นำผงซักฟอกมาดรยให้ทั่วพรมหรือโรยบริเวณที่สกปรกที่สุด ไม่ต้องราดน้ำนะคะ

– ใช้แปรงขัด ขัดพรมเช็ดเท้าเบาๆ เพื่อให้สิ่งสกปรกออกหมด โดยเน้นตรงที่ดูสกปรกที่สุด

– สุดท้ายให้ดูดสิ่งสกปรกและฝุ่งผงที่พรมเช็ดเท้าออกด้วยเครื่องดูดฝุ่น ก็จะทำให้พรมเช็ดเท้าดูสะอาดขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะ

– สามารถนำพรมมาใช้ได้ทันทีค่ะ

idea-76
idea-76

วิธีที่ 2 ซักพรมเช็ดเท้าแบบเปียก

วิธีนี้เป็นการซักพรมเช็ดเท้าด้วยน้ำ เหมือนๆ กับการซักผ้าทั่วๆ ไป โดยมีการซักดังนี้

– เตรียมน้ำยาซักผมที่ใช้สำหรับซักพรมโดยเฉพาะ

– นำน้ำยาซักพรมมาผสมกับน้ำแล้วให้เข้ากัน

– ใช้แปรงจุ่มลงไปในน้ำยาซักพรมที่ผสมน้ำแล้ว และนำมาขัดพรมเช็ดเท้าโดยถูไปในทิศทางเดียวกันทั้งผืน

– ทิ้งไว้สักแปปแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หลายๆ น้ำ

– นำพรมเช็ดเท้าไปผึ่งแดดอ่อนๆ ให้แห้ง

แค่นี้ก็จะได้พรมเช็ดเท้าที่สวยเหมือนใหม่และสะอาดน่าใช้เหมือนเดิมแล้วล่ะ ใครสะดวกวิธีไหนก็ลองทำกันดูนะคะ แล้วคุณจะได้พรมเช็ดเท้าที่สะอาดหมดจดอย่างแน่นอน แต่ก็อย่าลืมดูแลทำความสะอาดบ่อยๆ ด้วยล่ะ เพราะหากปล่อยไว้นานก็อาจจะทำให้พรมเช็ดเท้าสกปรกจนเกินเยี่ยวยาได้เหมือนกันนะคะ

หลักการใช้พรมเช็ดเท้าที่คุณควรรู้

บ้านของเราจะให้ดูสวยและสะอาดมากขึ้น นอกจากการประดับตกแต่งบ้านให้สวยงามแล้ว พรมเช็ดเท้าก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกันนะ เพราะพรมเช็ดเท้าจะช่วยให้บ้านสะอาดได้อีกทางหนึ่งเลยล่ะ ลองคิดดูสิว่าหากเราเดินเข้าบ้านโดยไม่ได้เช็ดเท้าซะก่อนก็จะทำให้บ้านสกปรกได้ง่ายๆ แต่หากได้เช็ดเท้าให้สะอาดซะก่อน เราก็แทบจะไม่ต้องทำความสะอาดบ้านบ่อยเกินไปเลยล่ะ ว่าแต่การใช้พรมเช็ดเท้าจะมีหลักการอย่างไรบ้างนะ

2.1

ตั้งพรมเช็ดเท้าในตำแหน่งที่เป็นทางเข้า

ไม่ว่าบ้านของเราจะมีกี่ประตูกี่ทางเข้า เราจะต้องตั้งพรมเช็ดเท้าไว้ให้ทั่ว เมื่อก้าวเท้าเข้าบ้านก้าวแรกก็จะได้เช็ดเท้าให้สะอาดก่อนในทันทีนั่นเอง นอกจากนี้การตั้งพรมเช็ดเท้าไว้ทั่วทิศยังช่วยให้บ้านของเราดูมีระดับและสวยมากขึ้นอีกด้วยนะ

ในบ้านก็ต้องวางพรมเช็ดเท้าไว้ด้วย

หลายคนอาจจะงงว่าเอ๊! ในบ้านต้องวางพรมเช็ดเท้าไว้ด้วยหรอ ใช่เลยค่ะ เพราะการวางพรมเช็ดเท้าไว้จะช่วยลดความสกปรกในบ้านได้เป็นอย่างดี ลองคิดดูสิว่าเวลาที่เราเดินในบ้านก็ต้องมีฝุ่นสกปรกบ้างเหมือนกัน ซึ่งเมื่อเดินเข้าห้องก็จะเหยียบย่ำฝุ่นผงเหล่านั้นเข้าไปในห้องด้วยนั่นเอง ดังนั้นจึงควรวางพรมเช็ดเท้าไว้ตามหน้าห้องต่างๆ ที่แยกจากตัวบ้านออกไป เช่น ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัวเป็นต้น

2.2

เช็ดเท้าบนพรมให้ได้ 4 ครั้ง

ใช่ว่าแค่เดินเหยียบพรมเช็ดเท้าก็จะทำให้เท้าสะอาดได้แล้วนะ คุณจะต้องก้าวย้ำๆ บนพรมเช็ดเท้าอย่างน้อย 4 ครั้งเพื่อให้เท้าสะอาดจริงๆ และสะอาดมากที่สุดค่ะ

หมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ

ขึ้นชื่อว่าพรมเช็ดเท้าก็ต้องสกปรกจริงไหมคะ เพราะเมื่อเราเดินเหยียบย่ำและเช็ดเท้าบนพรมเช็ดเท้าประจำ ฝุ่นผงสิ่งสกปรกและขี้ดินที่ติดมากับเท้าเราก็ต้องติดอยู่บนพรมเช็ดเท้าและสะสมป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อความสะอาดของพรมและความมั่นใจว่าเมื่อเช็ดเท้าลงบนพรมเช็ดเท้าแล้วจะทำให้เท้าของเราสะอาดหมดจดจริงๆ จะต้องหมั่นทำความสะอาดพรมเช็ดเท้าบ่อยๆ และต้องทำความสะอาดให้ถูกวิธีด้วยนะ

ทีนี้กฌใช้พรมเช็ดเท้าได้ถูกวิธีกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมทำความสะอาดพรมเช็ดเท้าบ่อยๆ ด้วยล่ะ เพื่อที่พรมเช็ดเท้าจะได้ดูน่าใช้มากขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้การวางพรมเช็ดเท้าไว้ตามตำแหน่งต่างๆภายในบ้านยังทำให้บ้านดูสวยขึ้นอีกด้วยนะ

เลือกพรมเช็ดเท้าอย่างไร ให้เหมาะกับบ้านที่สุด

พรมเช็ดเท้ามีหลายแบบหลายชนิดด้วยกัน แต่จะเลือกพรมเช็ดเท้าอย่างไรดีล่ะถึงจะเหมาะกับบ้านของเรามากที่สุด เรามาดูวิธีการเลือกพรมเช็ดเท้ากันดีกว่าค่ะ รับรองว่าจะทำให้คุณได้พรมเช็ดเท้าที่เหมาะกับบ้านของตัวเองที่สุดและดูสวยที่สุดอย่างแน่นอน

มีลักษณะ ที่เข้ากับการตกแต่งบ้านได้ดี

หากตกแต่งบ้านแบบดมเดิร์นแต่เลือกใช้พรมเช็ดเท้าแบบคลาสสิคก็คงดูจะไม่เหมาะกันสักเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นเรามาเลือกพรมเช็ดเท้าของเราให้เหมาะกับบ้านของเรากันดีกว่าค่ะ โดยให้ดูที่สี ลวดลายและลักษณะของพรมว่าเหมาะกับบ้านของเราหรือไม่ ซึ่งตามหลักแล้วสีของพรมจะต้องเป็นสีโทนเดียวกันกับบ้านจะดีที่สุดค่ะ

ลักษณะการใช้งานที่เหมาะสม

อีกอย่างที่เราจะต้องรู้ในการเลือกพรมก็คือจะต้องเลือกพรมให้เหมาะกับการใช้งานนั่นเอง เช่นพรมหน้าห้องน้ำ ก็ควรเป็นพรมที่ซึมซับน้ำได้ดี พรมสำหรับเช็ดเท้าเวลาเข้าบ้าน ก็ควรเป็นพรมที่มีความแข็งสักหน่อยหรือพรมตามห้องต่างๆ ก็ต้องเลือกพรมที่นุ่มสบายนั่นเอง ดังนั้นก่อนซื้อพรมเช็คดูให้ดีก่อนนะคะว่าต้องใช้พรมเพื่อทำอะไรบ้าง จะได้เลือกได้เหมาะสมที่สุดนั่นเอง

1.1

ขนาดของพรม

ในเรื่องของขนาดอาจจะเลือกตามใจชอบก็ได้ ว่าเราอยากได้พรมที่มีขนาดเท่าไหร่ ใหญ่หรือเล็กแค่ไหน แต่ถ้าให้ดีก็ควรดูที่ขนาดของบ้านหรือทางเข้าตามประตูต่างๆ ด้วย เพื่อเลือกขนาดของพรมที่ดูบาลานซ์กับประตูทางเข้าหรือจุดที่ต้องการจะวางพรมมากที่สุดนั่นเอง แค่นี้ก็ทำให้บ้านดูสวยได้ไม่ยากแล้วล่ะ แถมยังสะอาดอีกด้วยนะ

เลือกสีที่ชอบและเหมาะกับบ้าน

ส่วนการเลือกสีของพรมเช็ดเท้านั้น แนะนำให้เลือกสีที่เหมาะกับโทนสีของบ้านมากที่สุด แต่ก็เลือกที่เราชอบด้วย อย่างไรก็ตามไม่ควรเลือกสีที่สกปรกง่ายเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้ซักทำความสะอาดได้ง่ายแล้วยังทำให้พรมเช็ดเท้าหมองคล้ำได้ง่ายจนไม่น่าใช้อีกด้วย

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะที่จะเลือกพรมเช็ดเท้าให้เหมาะกับบ้านของเราที่สุด แต่อย่าลืมว่าพรมเช็ดเท้าจะต้องไม่ดูสกปรกง่ายเกินไป คือพรมเช็ดเท้าที่เป็นสีโทนอ่อนหรือสีขาวนั้นควรหลีกเลี่ยงเลยค่ะ เพราะเมื่อใช้ได้ไม่กี่ทีก็ดูสกปรกซะแล้วแถมยังดูไม่น่าใช้อีกด้วย ซึ่งแทนที่จะทำให้บ้านสวยขึ้นอาจดูแย่ลงได้นะเออ

 

 

แนะวิธียกน้ำหนักเพื่อรักษาสัดส่วนของร่างกาย

หลายคนเข้าใจผิดว่าการยกน้ำหนักจะทำให้มีกล้ามที่แขนและขาในส่วนที่ทำการยกน้ำหนักหรือที่รู้จักกันในชื่อของดัมเบลเพราะเห็นนักกีฬายกน้ำหนักทุกคนมีกล้ามที่ดูจะมีมากเกินความจำเป็นของร่างกายทำให้ไม่กล้าที่จะออกกำลังกายเพื่อรักษาสัดส่วนด้วยวิธีนี้  ตามความจริงแล้วการออกกำลังกายด้วยการยกดัมเบลถ้าไม่หักโหมหรือเน้นเพิ่มกล้ามเนื้อมากเกินไปก็จะช่วยในการรักษาหุ่นและสัดส่วนของร่างกายได้ดีทีเดียว

5

ดัมเบลมีประโยชน์ในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงแล้วยังช่วยให้สัดส่วนของคุณดูดี กระชับ ไม่หย่อนคล้อยตามกาลเวลาไม่ทิ้งรอยแตกลายงาไว้หลังจากที่น้ำหนักลดลงแล้ว  การยกดัมเบลต้องเริ่มจากน้ำหนักน้อยๆก่อนจากนั้นจึงเพิ่มน้ำหนักขึ้นตามที่ร่างกายสามารถรับได้ไหว  ไม่ควรหักโหมยกดัมเบลน้ำหนักมากก่อนเพราะคุณยังไม่รู้ว่าร่างกายไหวที่น้ำหนักเท่าไหร่เป็นการลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อโดยไม่จำเป็น   เคล็ดลับช่วยย่นระยะเวลาทำให้หุ่นและสัดส่วนดีเหมือนเดิมทำได้โดยการเน้นออกกำลังกายตามสภาพของร่างกายในระยะเวลาสั้นๆต่อครั้งที่ออกกำลังกาย  ฝึกหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดในร่างกายและทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติเฉกเช่นคนสุขภาพดีทั่วไป

เพื่อประหยัดงบประมาณที่ใช้ในการออกกำลังกายคุณสามารถใช้สิ่งของอย่างอื่นที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกับดัมเบลแทนก็ได้  หรืออาจจะใช้อุปกรณ์เสริมอย่างอื่นเช่นขวดน้ำเปล่าที่ใส่ทรายหรือน้ำลงไปให้ได้น้ำหนักที่ต้องการ  ผลลัพธ์ที่ได้จากการออกกำลังกายด้วยดัมเบลทำเองนี้สามารถทำให้ร่างกายกระชับ สัดส่วนเข้ารูป  หุ่นผอมสวยได้เหมือนเดิมโดยไม่จำเป็นต้องใช้ดัมเบลเหมือนกับที่ฟิตเนสใช้กัน

ผอมเร็วขึ้นเมื่อเปลี่ยนสถานที่ออกกำลังกายใหม่

ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีหุ่นผอมสวยโดยที่ไม่ต้องทำอะไรให้มากมาย  เพราะการทำงานและตารางกิจกรรมในแต่ละวันทำให้เวลาที่จะใช้ในการออกกำลังกายค่อนข้างมีจำกัด  หากว่าต้องออกกำลังกายด้วยความกดดันก็คงทำให้ผู้ที่ออกกำลังกายรู้สึกเครียดไม่น้อยจนทำให้ต้องหาวิธีลดหุ่นด้วยวิธีอื่นซึ่งอาจเสี่ยงต่ออันตรายมากกว่าการออกกำลังกายหลายเท่าตัว  การออกกำลังกายปกติแล้วจะทำในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ด้วยบรรยากาศแบบเดิมที่ต้องทำเป็นประจำทุกวันอาจทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายและไม่อยากจะทำอีก  ดังนั้นเพื่อลดความเบื่อหน่ายซ้ำซากจำเจในการออกกำลังกายเราขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนบรรยากาศในการออกกำลังกายดูบ้าง  เช่นการปั่นจักรยานไปในสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ แหล่งท่องเที่ยวหรือปั่นไปกลับสถานที่ทำงานกับที่บ้านเป็นต้น

4

ระยะเวลาในการปั่นจักรยานขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายแต่ละคนเพราะต้องใช้ความอดทนในการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก  การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายเสียเหงื่อเยอะแต่ได้บริหารร่างกายในทุกๆสัดส่วน  นอกจากนี้การปั่นจักรยานยังทำให้อารมณ์ดีเพราะได้เห็นทิวทัศน์และบรรยากาศในการออกกำลังกายแบบใหม่  ซึ่งคุณสามารถสร้างอารมณ์สุนทรีย์จากการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นได้โดยการหยิบเพลงมาฟังในระหว่างการปั่นจักรยานนอกบ้าน  ความถี่ในการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานควรทำเป็นประจำทุกวันในช่วงเช้าหรือเย็น

ในระหว่างการปั่นจักรยานร่างกายคุณจะเสียเหงื่อเป็นจำนวนมากทำให้รู้สึกกระหายน้ำ  คุณสามารถทดแทนน้ำในส่วนที่สูญเสียไปด้วยการดื่มเกลือแร่แทนการดื่มน้ำสะอาด  เพราะเกลือแร่จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิมแม้ว่าจะผ่านการออกกำลังกายมาหนักหน่วงแค่ไหนก็ตาม